หาเพื่อน | ตรวจหวย | ฟอร์เวิร์ดเมล์ | ความรัก เซ็กส์ | อัลบัมภาพ | ดูดวง | อาหารและเครื่องดื่ม | คลิปวีดีโอ
ติดต่อโฆษณา หรือเด็กคลับเว็บ ได้ที่
webmaster.dekclub@gmail.com
สวัสดี , บุคคลทั่วไป กรุณา สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบสมาชิก
ชีวิตผู้หญิงอินเดียเปรียบเสมือน “ดอกไม้ในพงหนามนับพัน”
เมื่อ : 21/01/2557 14:01:04 อ่าน : 335


 รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

ดอกไม้ในพงหนาม” ชีวิตจริงของผู้หญิงอินเดีย 

 


 รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      ชีวิตของผู้หญิงอินเดียนั้น พูดไปแล้วยิ่งกว่านิยาย เพราะว่าบ้านใดที่มีลูกสาวอยู่ในบ้าน บ้านนั้นมักไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับความสุขเท่าใดนัก แต่ถึงอย่างไรนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านของชาวอินเดียที่มีลูกสาวนั้นค่อยข้างสดใส และมีความสุข แต่ก็เฉพาะเมื่อเด็กสาวเหล่านั้นยังอายุไม่ก้าวล่วงวัยที่จะต้องออกเรือนไป และเมื่อเด็กสาวเหล่านั้นเริ่มโตถึงวัยที่จะต้องออกเรือน ความกลัดกลุ้มของครอบครัวจะเริ่มมีมากขึ้น

      เมื่ออายุย่างยี่สิบปี การจัดเตรียมการแต่งงานมักจะมีขึ้น โดยการเน้นไปที่วรรณะ ศาสนา และฐานะของผู้ชาย ซึ่งมักเป็นการจับคลุมถุงชนเสียส่วนใหญ่ การที่เด็กสาวจะได้เลือกคู่เองนั้น หาแทบไม่ได้เลย เพราะการมีคู่รักในช่วงก่อนแต่งงานนั้น สังคมจะถือว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นสนิมและสิ่งสกปรกของสังคมเลยทีเดียว รวมไปถึงจะทำให้ค่าตัวอันจอมปลอมของหญิงสาวนั้นตกลง จนไม่สามารถหาคู่ครองได้ ทั้งๆ ที่เมื่อจะแต่งงานนั้น ผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชาย และเสียค่าสินสอดจำนวนมากให้กับผู้ชาย ผิดกลับฝ่ายชายที่ดูเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนเท่าใดนัก

      คำว่า “สินสอด” (dowry) สำหรับชาวอินเดียแล้ว ถือว่ามีสองความหมาย ความหมายแรกในทัศนคติของครอบครัวฝ่ายชายถือว่าเป็นของตอบแทนตนที่ได้เลี้ยงดูบุตรชายของตนมา แต่ในทางกลับกันแล้วทางฝ่ายหญิงจะถือว่าเป็นภาระอันใหญ่หลวง ที่จะต้องไปจับจ่ายไปเพื่อที่จะได้เจ้าบ่าว มาเป็นของขวัญแก่ลูกหลานตน สินสอดในทัศนคติของฝ่ายหญิงนั้น จึงถือได้ว่าเป็นสินสอดแห่งความเจ็บปวดของบิดามารดา

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

 บ้านไหนมีทั้งลูกสาวและลูกชาย เมื่อลูกสาวออกเรือนไปก่อน บ้านนั้นจะต้องยอมจ่ายค่าสินสอดออกไปก่อน และหวังจะดึงกลับคืนในเวลาที่ลูกชายจะออกเรือนบ้าง และต้องมากและมากว่าที่เสียไป ดังนั้นการแต่งงานของชาวอินเดียจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะบางรายต้องขายเทือกสวน ไร่นา มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

      เมืองบางเมืองในอินเดีย มีตราชั่งสำหรับชั่งตัวเจ้าบ่าว กับค่าสินสอด อย่างน้อยค่าสินสอดจะต้องมากเท่ากับน้ำหนักตัวของเจ้าบ่าว ซึ่งใช้ทองในการขึ้นชั่ง ถือเป็นเรื่องสาหัสอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงชาวอินเดีย บ้านใดที่มีลูกสาววัยล่วงจะเกินสามสิบปีแล้ว ยังไม่ได้แต่งงาน บ้านนั้นจะถูกมองด้วยทัศนคติที่ลบ และอาจจะรวมไปถึงการมองว่าผู้หญิงบ้านนี้มีความประพฤติที่เป็นกาลกิณี จึงไม่มีใครอยากเป็นคู่แต่งงานด้วย

 

 ดังนั้นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี ก็คือผลักดันให้ลูกสาวได้แต่งงานตั้งแต่ชีวิตของหญิงสาวเหล่านั้นยังไม่รู้จักแม้แต่คำว่า “รัก” บางครั้งการเลือกคู่ครองทำโดยเสนอขายเหมือนว่าบุตรสาวของตนคือสินค้า เทียวไล้เทียวขื่อไปทั่วทุกสารทิศ ผู้ชายทั้งหลายจะมีรูปของหญิงสาวเหล่านั้นหลายใบในกำมือ หญิงสาวเหล่านั้นย่อมผ่านการคัดเลือกจากบิดามารดาของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฏเกณฑ์เรื่องศาสนา วรรณะ และฐานะทางสังคม และฝ่ายชายก็จะเลือกหญิงสาวที่ถูกใจตนขึ้นมาและทำการติดต่อไปยังพ่อแม่ฝ่ายหญิง ถ้าถูกอกถูกใจโดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย การแต่งการจึงจะมีขึ้น

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      เสมือนหนึ่งการส่งกวางน้อยเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ไม่มีใครจะรู้ได้ว่า กวางน้อยตัวนี้จะไปอยู่ที่ใด ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกวางหนุ่มที่แสนดี หรือในทางกลับกันก็ไม่ยากกว่าที่จะจินตนาการว่ากวางน้อยจะไปจบลงที่ไหน และเมื่อการแต่งงานผ่านล่วงไปแล้ว หมายความว่าหญิงสาวเหล่านั้นจะไม่สามารถจะหวนคืนู่ทางเส้นก่อนหน้านั้นได้อีก เพราะชีวิตของพวกเธอเหล่านั้นถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว

      และด้วยการแต่งงานด้วยระบบนี้นี่เอง บวกกับจารีตประเพณีอันโบราณและเอาเปรียบฝ่ายหญิงอย่างมาก การหย่าร้างถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในสังคมชาวอินเดีย หญิงสาวบางรายต้องทนอยู่กับสามีด้วยความชอกช้ำและมักจบปัญหาลงด้วยการ ตัดช่องน้อยแต่พอตัว

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      นิสัยของผู้ชายอินเดียส่วนมาก จะมีนิสัยขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างฝ่ายหญิงจะต้องเป็นคนจัดการหมด และฝ่ายชายจะอยู่ในฐานะที่ไม่อาจจะแตะต้องได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ตำแน่งของ “สามี” การตำหนิติเตียนต่างๆ นั้นมักเกิดขึ้นไม่ได้เอาเสียเลย หรือเมื่อเกิดขึ้น ฝ่ายชายมักย้อนถามว่า “คำว่า สามี คือ อะไร? และคำว่าภรรยา คือ อะไร? ถ้าไม่พอใจอะไรแล้ว ก็เก็บของและออกจากบ้านไป” ประโยคดังกล่าวถือว่าทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงชาวอินเดียยิ่งนัก บางรายถึงกับกล่าวทั้งน้ำตาว่า “อยู่กันมา แปด เก้าปี ทำไมถึงพูดจาแบบนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าออกจากบ้านหลังนี้ไม่ได้ ถ้าออกก็หมายถึงว่า ชีวิตหมดสิ้นทุกอย่าง

 

และหลายๆ ครั้งถึงกับมีการลงไม้ลงมือกับฝ่ายหญิง เพราะเหตุผลเพียงว่า ฝ่ายชายโดนตำหนิว่าไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่ดื่มเหล้า และแย่ยิ่งไปกว่านั้น มักจะตามมาด้วยการตบตีแบบไร้สาเหตุ โดยครอบครัวของฝ่ายชายมักกระทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งแก่สังคม โดยการสนับสนุนลูกชายของตนให้ตบตีฝ่ายหญิงจนพอใจ บางครั้งก็ร่วมลงไปผสมโรงเสียด้วย

      นี่คืออีกมุมหนึ่งซึ่งมืดมิด ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ามันเกินกว่าที่บุคคลภายนอกอย่างเราๆ จะได้เห็น และเข้าใจถึงระบบชนชั้นของสตรีชาวอินเดีย ว่าหญิงสาวเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน และยังไม่รวมถึงความที่บุคคลอันอยู่ในสถานะที่ต้องปกป้องและดูแล แต่กลับไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ทำตัวประหนึ่งดั่งสัตว์ป่า ทำร้ายลูกหลานหญิงสาวของตนเอง จนเป็นปัญหาของสังคมจนถึงทุกวันนี้

      ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ใช่การดูถูกดูแคลนผู้ชายชาวอินเดีย แต่มันคือความจริง ที่ผู้ชายชาวอินเดียส่วนมากมักส่ายหน้าที่จะยอมรับ เพราะเมื่อวันใด สิทธิของสตรีชาวอินเดียได้ก้าวกระโดดมาเทียบชั้นกับบุรุษแล้ว เขาเหล่านั้นจะสูญเสียความสะดวกสบายในชีวิตของพวกเขาไป รวมไปถึงอำนาจทางสังคม และคำว่า “สามี” จะมีความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนพวกเขายอมรับไม่ได้
สามีที่ดี ไม่ว่าที่ไหนๆ ในโลกก็มีน้อย ไม่ใช่แต่ในอินเดียเท่านั้น” ชีวิตผู้หญิงอินเดียจึงเปรียบเสมือน “ดอกไม้ในพงหนามนับพัน” (A blossom in a thousand thorns) นี่คือชีวิตจริงๆ ที่ไม่อิงนิยาย

 


ติดตามข่าวนี้ต่อได้ใน  www.facebook.com/dekclubzone





----------------------------------------------------------------------------

Wow เรื่องน่าสนใจอื่นๆ This Week !!
 

----------------------------------------------------------------------------



 

 

 
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง..

17 ตำนานสิ่งมีช

ผีเด็กเฮี้ยน! ข

ย้อนดูคลิป!! ลู

มอเตอร์ไซค์ ราค

จากอดีต-ปัจจุบั

เทศกาล บูชากระป
Copyrights (c) 2013. www.dekclub.com All rights reserved.
หากพบเนื้อหาใดละเมิดลิขสิทธิ์สามารถแจ้งลบได้ที่
Email : webmaster.dekclub@gmail.com












[x] close

[x] close